Europe trip วันที่ 3 [Stuttgart]

 13 May 2016, Day 3― เขียนที่: บ้าน Schaaf

วันนี้ต้องตื่นเช้าเพราะรถไฟไป Stuttgart ออกเวลา 08:10 แต่ไม่ต้องเสียเวลากินข้าวเช้ามากมายเพราะโฮสแม่บอกว่าจะพาไปกินข้าวเช้าตอนมาถึง เลยรองท้องไปแค่ขนมปังใส่ชีส และไข่ต้มหนึ่งใบ ยัดเสื้อผ้าเท่าที่จำเป็นใส่เป้และออกเดินทางไปสถานีรถไฟ มาถึงเวลาพอดี ถ่ายรูปรถไฟนิดหน่อยก็ขึ้นไปหาที่นั่งเพราะไม่ได้จองไว้ ถ้าจองต้องเสียเพิ่ม €4.5 มั้ง รถไฟเป็น ICE 2 ซึ่งค่อนข้างเก่าแล้ว

วิธีขึ้น ICE ไม่ให้หน้าแตกคืออย่างแรกต้องดูข้างนอกตัวรถก่อน ถ้าตู้ไหนมีเลข 1 ใหญ่ๆ แปลว่าเป็นตู้ first class นั่งไม่ได้ (หรือถ้าจองตั๋ว first class มาก็นั่งตามอัธยาศัย) ต้องหาตู้ที่เป็นเลข 2 หรือ second class ทางที่ดีก็ดูที่คนยังน้อยๆ อยู่ ส่วนตัวชอบเดินไปไกลๆ ขึ้นรถหัวขบวน คนจะน้อย แต่เท่าที่สังเกตมา พบว่าหัวๆ จะเป็นตู้ first class

P1100673

Stuttgart Hauptbahnhof

พอขึ้นรถไฟไปแล้วก็ให้ดูจอที่ติดอยู่เหนือที่นั่งแต่ละที่ เป็นจอเล็กๆ ตัวหนังสือสีเขียว จะเขียนไว้ว่าที่นั่งเบอร์นี้มีคนจองไว้จากไหนไปไหน เช่นรถสายเราวิ่งจาก Munich -> Frankfurt และเราจะเดินทางจาก Munich -> Stuttgart แต่บนจอเขียนไว้ว่า Göttingen -> Frankfurt ก็แปลว่านั่งได้เลย เพราะคนที่จองไว้ยังไม่ขึ้นรถจนกว่าจะถึงเมือง Göttingen และ รถจะวิ่งถึง Stuttgart ก่อนนั่นเอง และถ้าไม่ชินกับประเทศเยอรมนี ไม่รู้ว่าเมืองไหนถึงก่อนหลัง ให้ดูในแอพ DB Navigator กดค้นหาเส้นทางว่าจาก Munich -> Stuttgart ณ เวลาที่เราจะออก แล้วกดขยายดูสถานีระหว่างทางว่ารถจะผ่านสถานีอะไรบ้าง ถ้าไม่มีชื่อสถานีบนจอ ก็แปลว่านั่งได้ นอกจากนี้ยังมีที่นั่งแบบเป็นตู้ไพรเวท (นึกถึงรถไฟ Harry Potter ไว้ครับ ตู้แบบที่นักเรียนนั่งด้วยกันนั่นแหละ) ตู้แบบนี้เราก็นั่งได้นะ อย่ากลัว มันจะมีจอติดไว้หน้าตู้ว่าที่นั่งไหนจะไปไหนเหมือนเดิม เพียงแต่ตู้แบบนี้จะเป็นโซนเงียบ ห้ามคุยกันนั่นเอง อ่านหนังสือฟังเพลงดูหนังอะไรไป ตู้แบบนี้จะนั่งได้ 6 คน คือถ้ามาด้วยกันหมดก็สบายแฮ

P1100683

ICE ขบวนที่นั่ง เลอะเชียว

รถไฟ ICE น่าจะเกือบทุกขบวนมีตู้เสบียงด้วย เรียกว่า Bordbistro / Bordrestaurant ซึ่งก็ตามชื่อ อาหารของ Restaurant จะจัดเต็มกว่า แต่ไม่ค่อยเจอบ่อยนัก ตู้เสบียงจะอยู่กลางๆ ขบวน ถ้าหิวก็เดินไปหาของกินได้ มีกาแฟ น้ำอัดลม น้ำเปล่า ไส้กรอก รวมถึงอาหารเป็นมื้อเลย มีโต๊ะกลมๆ ให้ยืนกินได้ หรือจะมาซื้อเครื่องดื่มกินและยืนคุยกันได้แบบไม่ต้องเกรงใจผู้โดยสารคนอื่นสักเท่าไหร่

พอรถไฟกำลังเข้าสถานี Stuttgart ตอนนั้นรู้สึกเหมือนกลับมาบ้านจริงๆ นะ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม (แต่มีไซต์ก่อสร้างมากขึ้น) ตอนรถหยุดสนิทก็เดินลงมาจากรถแบบช้าๆ ค่อยๆ เดินเข้าตัวสถานี และตรงนั้นเอง ตรงสุดรางหน้าหัวรถไฟ โฮสแม่ยืนรออยู่ คิดถึงมาก กอดกันเสร็จก็แยกกับไพรซ์ที่จะไป Karlsruhe ต่อ โฮสแม่พาไปกินข้าวเช้าที่ ห้าง Galleria Kaufhof ณ Königstraße ชั้นบนสุดมีบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าคนละ 10 ยูโร (400 บาท) ซึ่งถือว่าไม่แพงเลย อาหารเยอะ ซื้อแยกกินเองเกินแน่นอน เลยจัดมาเต็มจาน มีทุกอย่างที่คิดถึง ฮ่าๆ  (มี Maultaschen ด้วย เป็นคล้ายๆ เกี๊ยวน้ำ) ระหว่างกินก็คุยถามไถ่กันทุกอย่าง เยอะมาก พอกินเสร็จก็เดินลงมากลับเข้าสถานีรถไฟ

P1100773.JPG

ด้านใน Stuttgart Hauptbahnhof

ต้องท้าวความว่าตั้งแต่ตอนอยู่ไทยเราใช้ Skype โทรมาโชว์รูม Tesla Motors Stuttgart ไว้ว่าขอทดลองขับ เค้าก็โอเคถามชื่อและอีเมลไป เราก็บอกโฮสแม่ว่าเราจะไปทดสอบรถ จะไปด้วยมั้ย เค้าก็โอเคไปด้วย แต่จอดรถไว้ที่สถานี U-Bahn ใกล้ๆ โรงเรียน Ferdinand-Porsche-Gymnasium ที่เราเคยเรียน เลยต้องนั่งรถไฟไปเอารถก่อนแล้วเค้าจะขับพาไป Tesla

เมื่อครั้งที่เรามาอยู่ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน โฮสแม่ขับรถ Peugeot 308 CC แต่เค้าบอกหลังๆ ปัญหาเยอะเลยเปลี่ยนมาขับ Mercedes-Benz A-Class สีขาวแทน หรูเลยฮะ จากนั้นพอขับมาถึงโชว์รูม (ฝนตก) พนักงานก็ออกมาต้อนรับอย่างดี คุยบลาๆ บอกรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับรถ Tesla Model S (ที่เรารู้อยู่แล้ว) จากนั้นเขาก็ขอใบขับขี่ เราก็ยื่นให้เป็นใบขับขี่สากล แต่ปัญหาดันมาเกิดตรงที่เราอายุไม่ถึง 25 ซึ่งตามกฎหมายยังไม่สามารถขับลักษณะเช่าแบบนี้ได้ เลยมีสองทางเลือกคือเขาจะขับให้นั่ง หรือให้โฮสแม่ขับแทน โฮสเลยโอเคขับก็ขับ (ซึ่งเขาไม่ได้สนใจรถเลย แค่มาด้วยเฉยๆ)

P1100703

ครั้งแรกที่ได้เห็น Tesla Model S ตัวจริง

พอขึ้นรถไป เรานั่งหลังก่อน เพราะเซลส์ต้องอธิบายวิธีใช้รถเบื้องต้น เบาะหลังคือนั่งสบายมาก แต่รู้สึกว่าเบาะเตี้ยไปหน่อย (เข่าขึ้นมาสูง) แต่รถคลาสนี้อาจจะเป็นแบบนี้กันปกติก็เป็นได้ วัสดุทุกอย่างดูดีมาก จับแล้วพรีเมี่ยมเลย พนักงานบอกว่าวิธีสตาร์ทรถคือแค่เหยียบเบรกเท่านั้น จากนั้นก็เข้าเกียร์ D แล้วขับออกไปได้เลย และเมื่อเข้ามาจอด ก็แค่กดปุ่มที่หัวก้านข้างพวงมาลัย เป็นการใส่เบรกมือ แล้วก้าวออกจากรถได้ทันที เดี๋ยวมันดับเอง

P1100692

หลังจากอธิบายคร่าวๆ เสร็จแล้ว เราก็สลับไปนั่งข้างคนขับ และออกรถ ทุกอย่างนิ่มมาก ช่วงล่างรู้สึกเลยว่า stiff ตามแบบรถสปอร์ต ระหว่างนั่งมีตกหลุมนิดนึงก็ยังไม่แข็งมากนัก พวกเราขับออกนอกเมืองไปตามทุ่งหญ้า รถค่อนข้างโล่ง มีจังหวะนึงโฮสแม่ลองกดคันเร่ง คือรถดึงมาก อย่างกับมีพลังไม่สิ้นสุด นั่งไปสักพักเซลส์ก็บอกให้ลอง Autopilot โดยการกดปุ่มที่ก้านข้างพวงมาลัยสองครั้ง รถก็วิ่งไปเอง โฮสแม่ตื่นเต้นมาก จริงๆ เราก็ตื่นเต้นแต่เคยเห็นใน YouTube แล้ว คือมันเจ๋งจริงๆ นะ พอเข้าใกล้รถคันอื่นมันก็ชะลอเอง หยุดเอง

เราได้ลองเล่นจอกลางคอนโซล ใช้งานได้ดี มีเน็ตฟรี (เซลล์บอกว่ามีซิมการ์ดมาจากโรงงาน ใช้ฟรี) Google Maps ฟรี ลองเข้าเว็บ Blognone พบว่าเบราว์เซอร์อ่านภาษาไทยไม่ได้ (แย่ตรงนี้ คือสมัยนี้ไม่ควรมีอะไรแบบนี้แล้ว)

P1100701

P1100695

โดยรวมสรุปว่าการมาดู Tesla ไม่ผิดหวัง แม้จะไม่ได้ขับ รถดีมาก สมกับที่อุทิศตัวเป็นสาวกแม้จะยังไม่เคยเห็นรถจริงก็ตาม ฮ่าๆ โดยเฉพาะโฮสแม่ที่ตอนแรกไม่สนใจ ไม่รู้จักรถ Tesla เลย กลายเป็นติดใจมาก เล่าให้ทุกคนฟังว่าไปลองขับมา จากนั้นก็กลับบ้าน รถติดมาก พักผ่อนสักพักแล้วเดินไปดูที่อยู่ใหม่ของ Christopher (ลูกโฮสคนโต) อยู่ชั้นบนสุดของบ้านเช่า ไม่ไกลนัก กำลัง renovate ใหญ่ คือคนเยอรมันจะทำเองเกือบทั้งหมด เพราะการจ้างคนมาทำแพงมาก แถมเป็นนิสัยของเค้าอยู่แล้วที่ชอบทำอะไรเอง แม้แต่งานหนักๆ อย่างกะเทาะปูนเก่าออกมาใส่ถังแล้วขนออกมาทิ้งข้างนอกก็ทำเองหมด ตรงนี้ได้พบกับคนหน้าเดิมๆ หลายคน รวมทั้ง Opa (ปู่) ด้วย ทักทายกันสักพักก็เดินกลับบ้าน จากนั้นไม่นานก็กินข้าวเย็น นอน

IMG_20160513_182233

ผักสวนครัวของ Opa

 

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s